รถเช่าวันละ 400 กับการซื้อเผื่อผ่อนรถแตกต่างกันอย่างไร

ในสังคมเริ่มมีคำถามเกิดขึ้นมากันในหมู่คนทำงานว่า “มีรถขับยังไงให้คุ้ม” หลายคนคิดว่าการซื้อรถซักคัน เป็นภาระที่หนักอึ้ง และเราต้องแบกไปนานหลายปี (เมื่อไม่ได้จ่ายเงินซื้อสด) ทำให้เริ่มคิดว่า “เช่ารถ” จะคุ้ม แล้วประหยัดกว่าหรือเปล่า ซึ่งวันนี้เราจะพามาดูกันทีละอย่าง ว่าแบบไหนมันคุ้มมากกว่ากัน ระหว่าง การเช่ารถวันละ 400 กับการผ่อนรถ แต่ละแบบมีอะไรที่เราต้องรู้ ภาระแบบไหนที่คุณต้องแบกรับ

การเช่ารถ

การเช่ารถไม่ใช่คำตอบเลย เมื่อคุณกำลังพูดถึงการใช้รถในระยะยาว หากคุณเป็นมนุษย์เงินเดือน 25,000 ถ้าต้องมาจ่ายค่าเช่ารถไปทำงานวันละ 400 คูณจำนวน 30 วันเข้าไปก็เป็นเงิน 12,000 บาท มันคงจะดูเป็นเรื่องตลกไม่ออกไปเลย แถมเงินที่เราจ่ายไปก็เสียไปฟรีๆ เพราะที่เราทำเป็นการเช่า ไม่ใช่การเช่าซื้อ ที่เมื่อเราผ่อนครบแล้วจะได้เป็นเจ้าของรถ แล้วแบบนี้เช่ารถมันดียังไงล่ะ การเช่ารถนั้น เหมาะสำหรับเอาไว้ใช้ระยะสั้น เช่น ช่วงรถเสีย หรือ เดินทางไปต่างจังหวัด หรือบริษัทเช่ารถเอาไว้ให้ใช้ในงาน ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ก็เช่าหลายคันได้ดีลในราคาพิเศษ เปลี่ยนรถใหม่ทุก 4 ปี สำหรับบริษัทเป็นเรื่องที่คุ้มมาก เพราะไม่เป็น​ภาระผูกพัน จะยกเลิกเมื่อไหร่ก็ได้

การเช่าซื้อ (ผ่อนรถ)

เป็นวิธีนิยมที่สุดในบรรดาชีวิตคนเมือง เพราะส่วนใหญ่มักจะมีเงินเก็บกันไม่ถึง 500,000 ทำให้การผ่อนรถเป็นตัวเลือกที่หลายคนทำกัน เพียงแค่จ่ายเงินดาวน์ แล้วผ่อนค่างวดที่กำหนด เท่านี้ก็จะได้รถมาขับแล้ว เมื่อเราผ่อนค่างวดครบ รถคันนี้ก็จะเป็นของเราโดยสมบูรณ์ แต่จะสิ่งที่ตามให้เราปวดหัวอันดับแรกก็คือ การหาเงินมาจ่ายค่างวด ซึ่งมักจะพร้อมกับดอกเบี้ยที่จะตามหลอกหลอนคนผ่อนไปอีกนาน ถ้านำไปใช้ประกอบอาชีพ (มีรายได้) จะมีความประหยัดกว่ารถเช่าอย่างมาก

การซื้อรถยนต์ด้วยเงินสด

ถ้าคุณมีเงินก้อน แล้วต้องใช้รถเป็นประจำ เช่น ขับรถไปทำงาน เป็นพ่อค้าแม่ค้า ใช้เข้าสวนประจำ การซื้อรถด้วยเงินสดอาจเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากเป็นหนี้ก้อนโต ไม่ต้องมานั่งปวดหัวหาเงินไปจ่ายค่างวด ถ้าคุณใช้ในชีวิตประจำวัน ขับทุกวัน มันก็แถบไม่มีข้อเสียเลย แต่ถ้าขับเดือนไม่กี่ครั้ง ข้อเสียของมันก็มีเพียงอย่างเดียว คือ ”ความเสียดายเงินที่ใช้ไม่คุ้มค่า”

Comments are closed.